หุ่นยนต์กึ่ง-มนุษย์จำลอง
Pudu Robotics เปิดตัวหุ่นยนต์มนุษย์จำลอง (Semi-Humanoid) รุ่น PUDU D7 ซึ่งมีเทคโนโลยีและฟีเจอร์ที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด พร้อมกับแสดงแผนงานและวิสัยทัศน์ในด้านหุ่นยนต์มนุษย์จำลองในอนาคต

เซินเจิ้น, ประเทศจีน — 1 มิถุนายน 2026 — Pudu Robotics ผู้นำระดับโลกด้านหุ่นยนต์บริการ ประกาศเปิดตัว PUDU D7 หุ่นยนต์กึ่งมนุษย์ (Semi-Humanoid) เจเนอเรชันใหม่สำหรับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในสภาพแวดล้อมการผลิตและโรงงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ PUDU D7 ผสานรวมฮาร์ดแวร์ระดับอุตสาหกรรมเข้ากับปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Embodied AI) เพื่อจัดการกับความท้าทายในการทำงานที่ซับซ้อนตลอดกระบวนการผลิตในโรงงาน หุ่นยนต์รุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วย PuduFM 1.0 ซึ่งเป็นโมเดลพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Embodied Intelligence Foundation Model) ของ Pudu Robotics โดยผสมผสานอัจฉริยภาพที่ขับเคลื่อนตามสถานการณ์ การคิดวิเคราะห์ด้วยโมเดลขนาดใหญ่ และคุณค่าทางธุรกิจที่นำไปใช้ได้จริง เพื่อช่วยขับเคลื่อนระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรมให้วิวัฒนาการไปสู่ระบบอัจฉริยะที่สามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง
แตกต่างจากหุ่นยนต์อุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมที่ต้องพึ่งพาโปรแกรมที่กำหนดไว้ล่วงหน้าและขั้นตอนการทำงานที่ตายตัว PUDU D7 สามารถทำความเข้าใจภารกิจ เรียนรู้จากประสบการณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพพฤติกรรมของตนเองในสภาพแวดล้อมจริงได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากการ "ทำตามคำสั่ง" มาเป็นการ "ทำความเข้าใจคำสั่ง" ปรัชญาที่ว่า “หุ่นยนต์กึ่งมนุษย์ระดับอุตสาหกรรมที่วิวัฒนาการได้ — กำเนิดจากสถานการณ์จริง และวิวัฒนาการผ่านโมเดลพื้นฐาน” คือสิ่งนิยาม PUDU D7 และสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ Pudu Robotics ที่มีต่ออนาคตของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมในยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ
ความซับซ้อนของสภาพแวดล้อมในโรงงานอุตสาหกรรมต้องการหุ่นยนต์ที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองสิ่งนี้ PUDU D7 จึงมาพร้อมกับสถาปัตยกรรมการเก็บข้อมูลแบบต้นน้ำถึงปลายน้ำ (End-to-End) ที่สามารถบันทึกและรวบรวมข้อมูลการปฏิบัติงานในหลากสายกระบวนการผลิตได้อย่างรวดเร็ว ด้วยระบบส่งผ่านข้อมูลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-Latency) และการประมวลผลข้อมูลที่มีความซิงโครไนซ์สูง ทำให้ระบบนี้เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการฝึกฝนโมเดล (Model Training) และการปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
ด้วยลูปข้อมูลจากโลกจริงขนาดใหญ่นี้ ทำให้ PuduFM 1.0 สามารถเรียนรู้ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ และกระบวนการผลิตจากสภาพแวดล้อมจริงในอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การตัดสินใจและการปรับตัวเข้ากับภารกิจต่าง ๆ พัฒนาขึ้นตามเวลา ต่างจากหุ่นยนต์ทั่วไปที่ความสามารถจะคงที่หลังจากติดตั้งใช้งาน แต่ PUDU D7 จะวิวัฒนาการตัวเองผ่านทุก ๆ การนำทาง การหยิบจับ เคลื่อนย้าย การปฏิสัมพันธ์ และการปฏิบัติงานที่มันทำ

ในสภาพแวดล้อมคลังสินค้าและการจัดเก็บสินค้า PUDU D7 สามารถปฏิบัติภารกิจที่มีความถี่สูงได้โดยอัตโนมัติ เช่น การยกย้ายวัสดุ การหยิบสินค้าจากชั้นวาง การเติมสินค้า และการขนส่งโลจิสติกส์ภายในโรงงาน (Intralogistics) หุ่นยนต์รุ่นนี้รองรับน้ำหนักบรรทุก (Payload) ได้สูงสุดถึง 14 กิโลกรัม (30.9 ปอนด์) และสามารถทำงานบนความสูงได้ถึง 2 เมตร (6.6 ฟุต) ช่วยให้สามารถโต้ตอบกับระบบชั้นวางสินค้าทรงสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยการใช้เทคโนโลยีควบคุมแรงกดที่มีความแม่นยำสูง (Precision Force-Control) ในระบบแขนคู่ PUDU D7 จึงสามารถจัดการกับวัตถุที่มีน้ำหนักมากได้อย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ ช่วยลดความเสี่ยงที่สินค้าจะเสียหายระหว่างการขนส่งและการหยิบจับ นอกจากนี้ PUDU D7 ยังสามารถเข็นรถเข็นและขนย้ายวัสดุไปทั่วนำอาคารได้ด้วยตนเอง ซึ่งช่วยเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพในการดำเนินงานของคลังสินค้า

จากการขับเคลื่อนด้วย PuduFM 1.0 ทำให้ PUDU D7 ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ที่แยกส่วนระหว่างระบบนำทาง (Navigation) และระบบหยิบจับเคลื่อนย้าย (Manipulation) แต่เปลี่ยนเป็นการผสานรวมระบบเคลื่อนที่, การวางแผนการเข้าถึงวัตถุ, การหยิบจับ และการปรับเปลี่ยนแบบไดนามิกเข้าไว้ด้วยกันเป็นโครงสร้างการทำงานเดียว ทำให้เกิดการทำงานประสานกันอย่างราบรื่นระหว่างการเคลื่อนที่และการปฏิบัติงาน สำหรับผู้ผลิตแล้ว สิ่งนี้ช่วยให้สามารถเปลี่ยนภารกิจที่ซับซ้อนและมีหลายขั้นตอนให้เป็นระบบอัตโนมัติได้มากขึ้น โดยลดการพึ่งพาแรงงานมนุษย์และลดต้นทุนในการรวมระบบ (System Integration)

สำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น การหยอดกาว (Dispensing) การประกอบชิ้นส่วน และการทำงานที่ละเอียดอ่อน PUDU D7 ได้รับการติดตั้งเซนเซอร์รับสัมผัสขั้นสูง (Tactile Sensors) ที่สามารถตรวจจับแรงสัมผัสและการตอบสนองของแรงกดได้แบบเรียลไทม์ ระบบนี้ให้ความแม่นยำในการควบคุมแรงกดในระดับมิลลิเมตร โดยจะปรับแรงกดที่ใช้โดยอัตโนมัติตามคุณสมบัติของวัสดุและข้อกำหนดของงาน ไม่ว่าจะเป็นการหยิบจับที่ละเอียดอ่อน การกดที่ต้องควบคุมน้ำหนัก หรือการลงแรงที่แม่นยำ PUDU D7 สามารถรักษาการทำงานที่เสถียรและสม่ำเสมอ ในขณะที่ลดความเสี่ยงที่จะทำให้ชิ้นส่วนเสียหาย
เมื่อผสานรวมกับความสามารถในการทำความเข้าใจโลกทางกายภาพของ PuduFM 1.0 หุ่นยนต์จะสามารถปรับกลยุทธ์การหยิบจับและควบคุมวัตถุให้เหมาะสมที่สุดตามสภาพแวดล้อมและเป้าหมายของงานได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้มีความสามารถในการปรับตัวที่สูงขึ้นในระบบอุตสาหกรรมที่ซับซ้อน

เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือในโรงงานที่มีความซับซ้อน PUDU D7 จึงติดตั้งระบบ LiDAR คู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมด้วยระบบรับรู้ (Perception System) ที่ครอบคลุม หุ่นยนต์จะบันทึกข้อมูลพื้นที่รอบตัวอย่างต่อเนื่อง สามารถระบุสิ่งกีดขวาง การเปลี่ยนเส้นทาง และสภาพแวดล้อมได้อย่างถูกต้องแม่นยำแบบเรียลไทม์ ด้วยการวิเคราะห์เงื่อนไขการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปในแบบไดนามิก PUDU D7 สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงล่วงหน้าและนำทางได้อย่างมั่นใจในสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมที่มีความเคลื่อนไหวสูงและการทำงานร่วมกันที่หลากหลาย สิ่งนี้ช่วยเพิ่มทั้งความปลอดภัยในการเคลื่อนที่และความมั่นคงในการปฏิบัติงาน ส่งผลให้ผู้ผลิตสามารถนำหุ่นยนต์นี้ไปติดตั้งใช้งานโดยปรับเปลี่ยนโครงสร้างโรงงานเดิมน้อยที่สุด ช่วยลดความยุ่งยากและเร่งให้เกิดการใช้งานได้เร็วขึ้น

เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่ต้องรันระบบตลอด 24 ชั่วโมง PUDU D7 จึงรองรับการสลับเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ หุ่นยนต์สามารถถอด เปลี่ยน และชาร์จแบตเตอรี่ได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพามนุษย์ ช่วยลดเวลาจอดพัก (Downtime) และรับประกันผลผลิตที่ต่อเนื่อง ระบบจัดการพลังงานที่พึ่งพาตนเองได้นี้ช่วยให้สามารถปฏิบัติงานได้แบบ 24/7 พร้อมทั้งเพิ่มอัตราการใช้งานอุปกรณ์และประสิทธิภาพโดยรวมขององค์กร
นอกเหนือจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแล้ว PUDU D7 ยังนำเสนอการออกแบบเชิงอุตสาหกรรมที่ประณีต ซึ่งรักษาสมดุลระหว่างฟังก์ชันการทำงาน ความน่าเชื่อถือ และความสวยงามน่ามอง หุ่นยนต์ใช้ภาษาการออกแบบที่ผสมผสานรูปทรงอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งเข้ากับเส้นสายที่โค้งมน นำไปสู่ภาพลักษณ์ที่สื่อถึงทั้งความแข็งแกร่งและความเป็นมิตรที่เข้าถึงได้
การออกแบบส่วนหัวได้รับแรงบันดาลใจจากหมวกนิรภัยในโรงงานอุตสาหกรรม เสริมด้วยพื้นผิวลวดลายเพชรแบบไล่เฉดสีที่ช่วยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยพร้อมกับส่งต่อภาพลักษณ์แห่งอนาคต โครงสร้างส่วนขาใช้เฟรมแบบเปิด (Open-frame) เพื่อลดความเทอะทะทางสายตา และสร้างรูปลักษณ์ที่ดูเบาและคล่องตัวยิ่งขึ้น ในขณะที่ส่วนฐาน (Chassis) ได้รับแรงบันดาลใจจากรถยนต์ออฟโรด เพื่อเน้นย้ำถึงความสามารถในการเคลื่อนที่และการปรับตัวในภูมิประเทศที่ท้าทาย ตัวหุ่นยนต์ทำสีด้วยวัสดุผิวด้านโทนเข้ม (Dark matte) ตัดกับไฟสัญญาณที่มองเห็นได้ชัดเจน ทำให้ PUDU D7 แสดงออกถึงความมืออาชีพ ความน่าเชื่อถือ และความล้ำสมัยผ่านทรวดทรงที่เฉียบคมและคล่องตัว

ในขณะที่ระบบอัจฉริยะในอุตสาหกรรมยังคงพัฒนาต่อไป หุ่นยนต์จะไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่การทำงานตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ล่วงหน้าอีกต่อไป PUDU D7 คือตัวแทนของหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Embodied AI) เจเนอเรชันใหม่ ที่สามารถเรียนรู้ วิวัฒนาการ และทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง ผ่านการผสานรวมของ PuduFM 1.0, ลูปข้อมูลจากโลกจริง และการติดตั้งใช้งานในอุตสาหกรรมเชิงลึก Pudu Robotics กำลังเร่งการเปลี่ยนผ่านจากระบบอัตโนมัติแบบเดิมไปสู่ "เอเจนต์อัจฉริยะในอุตสาหกรรม" (Industrial Intelligent Agents)
เมื่อมองไปข้างหน้า บริษัทกำลังสำรวจอนาคตของ Embodied AI ให้ไกลกว่าเดิมผ่าน PuduAgent ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมเอเจนต์เชิงกายภาพแบบเอนกประสงค์ หาก PuduFM 1.0 เปรียบเสมือนสิ่งที่ทำให้หุ่นยนต์เข้าใจว่า จะทำงานอย่างไร PuduAgent ก็เปรียบเสมือน เครื่องยนต์การคิดวิเคราะห์ภารกิจ (Cognitive Task Engine) ของหุ่นยนต์ มันสามารถเข้าใจวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ แยกย่อยกระบวนการทำงานที่ซับซ้อนได้ด้วยตนเอง จัดการระบบนำทาง การหยิบจับ และการรับรู้ได้อย่างยืดหยุ่น รวมถึงประสานงานระหว่างหุ่นยนต์หลายตัวเพื่อทำภารกิจระยะยาว (Long-horizon tasks) ที่คาบเกี่ยวข้ามสถานที่และกระบวนการต่าง ๆ ได้
วิสัยทัศน์นี้ช่วยขยายขีดความสามารถของหุ่นยนต์ให้เหนือกว่าการทำงานเป็นเอกเทศ ไปสู่ระบบอัจฉริยะที่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และร่วมมือกันได้อย่างเป็นอิสระ สำหรับ Pudu Robotics แล้ว คุณค่าของปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพไม่ได้อยู่แค่การเปลี่ยนงานซ้ำซากให้เป็นระบบอัตโนมัติเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทำให้หุ่นยนต์สามารถผสานรวมเข้ากับกระบวนการผลิตในโลกจริงและชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น คำขวัญที่ว่า “Born Intelligent. Transforming Industries. Reimagining Life.” (กำเนิดด้วยปัญญา พลิกโฉม อุตสาหกรรม จินตนาการชีวิตใหม่) สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวของ Pudu Robotics: นั่นคือการสร้างหุ่นยนต์ที่เข้าใจสภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เรียนรู้จากประสบการณ์ วิวัฒนาการร่วมกัน และสร้างคุณค่าที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมในทุก ๆ แอปพลิเคชัน ทั้งในเชิงอุตสาหกรรม พาณิชย์ และชีวิตประจำวัน
Pudu Robotics ผู้นำระดับโลกในภาคส่วนหุ่นยนต์บริการเชิงพาณิชย์ มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมให้การทำงานง่ายขึ้นและชีวิตดีขึ้นผ่าน AI และหุ่นยนต์ โดยมีวิสัยทัศน์ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานหุ่นยนต์อัจฉริยะระดับโลกเพื่อให้บริการผู้คน 1 หมื่นล้านคนทั่วโลก
Pudu Robotics ประสบความสำเร็จในการวิจัยและพัฒนา (R&D) เทคโนโลยีหลักด้วยตนเองแบบครบวงจร (Full-stack proprietary) รวมถึงอัลกอริทึมการนำทาง, การจัดตารางการทำงานของหุ่นยนต์หลายตัว (Multi-robot scheduling), การควบคุมแบบฝูง (Swarm control), ตัวควบคุมการเคลื่อนที่ (Motion controllers) และโมดูลข้อต่อแบบบูรณาการ (Integrated joint modules)
จากการสร้างขึ้นบน 3 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ การนำทางเชิงกายภาพ (Embodied Navigation), การจัดการหยิบจับเชิงกายภาพ (Embodied Manipulation) และการปฏิสัมพันธ์เชิงกายภาพ (Embodied Interaction) ทำให้ Pudu Robotics ได้บุกเบิกสถาปัตยกรรม “One Brain, Multiple Embodiments” (หนึ่งสมอง หลายร่างกาย) ซึ่งเป็นการสร้างพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม ทั้งหุ่นยนต์เฉพาะทาง, หุ่นยนต์กึ่งมนุษย์ และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (มนุษย์จำลอง)
ปัจจุบัน Pudu นำเสนอ 4 ไลน์ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ การบริการส่งของ, การทำความสะอาดเชิงพาณิชย์, การจัดส่งในอุตสาหกรรม และปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพทั่วไป โซลูชันของบริษัทได้รับการติดตั้งใช้งานอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การค้าปลีก, การบริการต้อนรับ (Hospitality), การผลิต, อสังหาริมทรัพย์และบริการดูแลอาคาร, การแพทย์, ความบันเทิงและกีฬา, การศึกษา และบริการสาธารณะ
จนถึงปัจจุบัน Pudu Robotics ได้จัดส่งหุ่นยนต์ไปแล้วกว่า 130,000 ยูนิตทั่วโลก โดยมีการดำเนินงานในกว่า 85 ประเทศและภูมิภาค

